เวลาวางแผนซื้อบ้าน หลายคนมักโฟกัสกับเรื่องเงินดาวน์ ค่างวดรายเดือน หรือโปรโมชั่นจากโครงการเป็นหลัก จนบางครั้งลืมไปว่า “วันโอนกรรมสิทธิ์” ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องเตรียมเอาไว้เหมือนกัน และนี่คือจุดที่ทำให้หลายคนงบบานปลายแบบไม่ทันตั้งตัวโดยเฉพาะคนที่กำลังวางแผน “ซื้อบ้าน เชียงใหม่” ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโด การเข้าใจเรื่อง “ค่าโอนบ้าน” ล่วงหน้า จะช่วยให้วางแผนการเงินได้แม่นขึ้น และลดโอกาสเจอค่าใช้จ่ายเซอร์ไพรส์ในวันโอนจริง เพราะค่าใช้จ่ายวันโอนไม่ได้มีแค่รายการเดียว แต่ประกอบไปด้วยทั้งค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าใช้จ่ายตามกฎหมายอีกหลายส่วน
บทความนี้จะพาสรุปแบบเข้าใจง่ายว่า วันโอนบ้านต้องจ่ายอะไรบ้าง ใครเป็นคนจ่าย และควรเตรียมงบประมาณประมาณไหนก่อนซื้อบ้าน
“ค่าโอนบ้าน” คืออะไร?
ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในวันที่มีการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ ณ กรมที่ดิน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำให้ผู้ซื้อกลายเป็นเจ้าของบ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
โดยค่าใช้จ่ายในวันโอนจะประกอบด้วยทั้ง
- ค่าธรรมเนียม
- ภาษี
- ค่าอากร
- ค่าจดจำนอง
ซึ่งบางส่วนผู้ซื้อเป็นคนจ่าย และบางส่วนเป็นหน้าที่ของผู้ขายดังนั้นก่อนซื้อบ้าน ควรถามรายละเอียดเรื่องนี้ให้ชัดตั้งแต่ต้น เพราะแต่ละโครงการหรือแต่ละดีล อาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน บางโครงการฟรีค่าโอน บางโครงการฟรีจดจำนอง บางที่…ฟรีแค่คำพูด
1. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
ค่าใช้จ่ายหลักที่ทุกคนต้องเจอ รายการแรกที่สำคัญที่สุดคือ “ค่าธรรมเนียมการโอน”โดยกรมที่ดินจะคิดในอัตรา 2% ของ “ราคาประเมินกรมที่ดิน” ไม่ใช่ราคาขายจริง
ตัวอย่างเช่น ราคาประเมิน 2 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการโอน = 40,000 บาท โดยปกติแล้ว ค่าโอนบ้านส่วนนี้มักแบ่งกันจ่ายคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย นั่นหมายความว่า ผู้ซื้อจ่าย 1% ผู้ขายจ่าย 1% แต่ทั้งนี้สามารถตกลงกันใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นหรือเงื่อนไขของแต่ละดีล
2. ค่าจดจำนอง
สำหรับคนที่กู้ซื้อบ้านกับธนาคาร ถ้าคุณซื้อบ้านด้วยการกู้ธนาคาร จะมีค่าใช้จ่ายอีกส่วนคือ “ค่าจดจำนอง” ค่าใช้จ่ายนี้คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ เช่น กู้ 2 ล้านบาท ค่าจดจำนอง = 20,000 บาท
โดยทั่วไป ผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง แม้บางช่วงรัฐบาลจะมีมาตรการลดค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านราคาตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่ก็ควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดทุกครั้งก่อนโอนจริง เพราะบางคนคำนวณไว้แบบหนึ่ง พอถึงวันจริงตัวเลขเปลี่ยน ใจแทบเปลี่ยนตาม
3. ค่าอากรแสตมป์
อีกหนึ่งรายการที่หลายคนไม่ค่อยคุ้นชื่อ แต่มีผลกับวันโอนคือ “ค่าอากรแสตมป์” คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขาย หรือราคาประเมิน แล้วแต่ตัวเลขไหนสูงกว่า แต่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่ ผู้ขายถือครองบ้านเกิน 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี หากเข้าเงื่อนไขนี้ จะเสียอากรแสตมป์แทนภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยปกติผู้ขายจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้
4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
กรณีขายบ้านเร็ว ถ้าผู้ขายถือครองบ้านไม่ถึง 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปี จะต้องเสีย “ภาษีธุรกิจเฉพาะ”คิดในอัตรา 3.3% ของราคาประเมินหรือราคาขาย (เลือกตัวที่สูงกว่า) ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายก้อนค่อนข้างใหญ่ ตัวอย่างเช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ภาษีธุรกิจเฉพาะประมาณ 99,000 บาท และหากเสียภาษีตัวนี้แล้ว จะไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ซ้ำอีก โดยส่วนใหญ่ผู้ขายจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายการนี้
5. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
อีกหนึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดในวันโอน คือ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” รายการนี้จะคำนวณตาม ราคาประเมิน จำนวนปีที่ถือครอง ประเภทบุคคล ซึ่งใช้หลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรในการคำนวณ โดยทั่วไปผู้ขายจะเป็นผู้ชำระภาษีส่วนนี้เช่นกัน หลายคนพอขายบ้านได้กำไร ก็ลืมเผื่อภาษีตัวนี้ไว้ สุดท้ายเงินที่คิดว่าจะได้เต็มๆ หายไปพอสมควรเหมือนกัน
สรุปง่ายๆใครจ่ายอะไรบ้างในวันโอนบ้าน? เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองแบ่งแบบนี้ได้เลย
ฝั่งผู้ซื้อ : มักเป็นคนรับผิดชอบ ค่าจดจำนอง ค่าธรรมเนียมโอน 1%
ฝั่งผู้ขาย : มักเป็นคนรับผิดชอบ ภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าอากรแสตมป์ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ค่าธรรมเนียมโอนอีก 1% แต่ในความเป็นจริง ทุกอย่างสามารถ “ต่อรอง” ได้หมด ขึ้นอยู่กับการตกลงกัน โดยเฉพาะโครงการใหม่ในเชียงใหม่ หลายแห่งมักมีโปรโมชั่น เช่น
- ฟรีค่าโอน
- ฟรีจดจำนอง
- ฟรีค่าส่วนกลาง
- ช่วยค่าใช้จ่ายวันโอน
ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนแรกได้เยอะมาก
ก่อนซื้อบ้านเชียงใหม่ ต้องเผื่องบวันโอนไว้เท่าไหร่?
โดยทั่วไป คนซื้อบ้านควรเผื่องบค่าใช้จ่ายวันโอนประมาณ 3%–5% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 2 ล้านบาท ควรมีงบเผื่อประมาณ 60,000 – 100,000 บาท เพื่อให้ครอบคลุมทั้ง ค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าประกัน ค่าใช้จ่ายจุกจิกอื่นๆ การวางแผนตรงนี้สำคัญมาก เพราะต่อให้กู้ผ่าน แต่ถ้าเงินวันโอนไม่พอ ก็อาจทำให้ขั้นตอนสะดุดได้เหมือนกัน
สรุป: รู้เรื่องค่าโอนบ้านก่อน ช่วยวางแผนซื้อบ้านได้ง่ายกว่า
การ “ซื้อบ้าน เชียงใหม่” ไม่ได้มีแค่เรื่องเลือกทำเลหรือเลือกแบบบ้านเท่านั้น แต่เรื่องค่าใช้จ่ายวันโอนก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ควรเตรียมตัวล่วงหน้า ยิ่งเข้าใจเรื่อง “ค่าโอนบ้าน” มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้วางแผนงบประมาณได้แม่นขึ้น และลดโอกาสเกิดปัญหาในวันโอนจริง เพราะบ้านคือรายจ่ายก้อนใหญ่ของชีวิต แต่ถ้าวางแผนดีตั้งแต่ต้น ทุกขั้นตอนจะเบาลงเยอะมากจริงๆ
TH
EN